ขอพรได้ แต่ห้ามบนบาน ที่สุดของความศักดิ์สิทธิ์ เผยเคล็ดวิธีบูชา เสด็จพ่อรัชกาลที่ ๕ ให้ได้ผลสูงสุด ให้ชีวิตพบความสุขความเจริญ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ นี้ ทรงเป็นมหากษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถยิ่ง อันปรากฏได้ชัดจากที่พระองค์ทรงพัฒนาบ้านเมืองให้มีความทันสมัย ก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับอารยะประเทศ ด้วยการปฏิรูปด้านต่างๆแก่ประเทศ

ผู้คนจึงนิยมขอพรให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้านของชีวิตเช่นกันจึงเชื่อในการพระราชทาน ให้มีโชคลาภในการประกอบอาชีพ งานที่ทำสะดวกลุล่วง การปลดหนี้หรือถูกรังแก ค้าขาย และจากการประกาศเลิกทาสนั้น ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดในพระเมตตาที่มีต่อพสกนิกรไทยอย่างเหลือคณา

จึงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของทั้งพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิยะมหาราช ซึ่งมีความหมายว่า พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน จึงเป็นที่เชื่อกันว่า การสักการะพระองค์ก็เพื่อให้เป็นที่รักของคนทั่วไป หรือเรียกกันว่า เมตตามหานิยม นั่นเอง

วิธีการปฏิบัติบูชา
สำหรับผู้บูชาครั้งแรกให้จุดธูป ๑๖ ดอก ส่วนครั้งต่อไปจุด ๙ ดอก ว่าคาถาดังนี้
พระคาถาบูชาดวงวิญญาณเสด็จพ่อรัชกาลที่ ๕ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ ปิยะ มะมะ นะโม พุทธายะ กล่าว ๓ ครั้ง

พระคาถาบูชาพระพุทธเจ้าหลวง
พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ หรือแบบเต็ม นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ อิติปิโส วิเสเสอิอิเสเส พุทธะนาเมอิอิเมนา พุทธะตังโสอิอิโสตัง พุทธะปิติอิ พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ มาสีสะมานัง

พระคาถาอธิษฐานขอพร แต่ห้ามบนบาน นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ พระสยามะมินโท วะโร อัตตัง พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ ปิโย เทวามนุสสานังจงเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ปิโย นาคะสัมปันนานัง จงบังเกิดความรักที่มีอนุภาคสูงสุด ปิโย พรหมานะมุตตะโม จงบังเกิดความรักกับผู้มีอำนาจท่านท้าวมหาพรหม เจ้าจอม อินทรา นาค ครุฑ และคนธรรพ์ ปินันทิยัง นะมามินัง

ความรัก ความยินดี ความเมตตาจงบังเกิดในเรือนร่างข้าพเจ้าทุกส่วนแม้ปลายเส้นผม
ปิยะ มะมะ นะโม พุทธายะ ๕ จบ ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า  นาย นาง นางสาว ชื่อ นามสกุล ต้องการให้พระองค์ท่านช่วยเรื่อง

อิติปิโส วิเสเสอิอิเสเส พุทธะ นาเมอิอิเมนา พุทธะตังโสอิอิโสตัง พุทธะปิติอิปิยะ มะมะ นะโม พุทธายะ ๓ จบ
พระพุทธเจ้าขอรับด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะขอให้บุญบารมีขององค์เสด็จพ่อ รัชกาลที่ ๕ สูงยิ่งยิ่งขึ้น และแกร่งกล้ายิ่งยิ่งขึ้น
สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ หรือแบบเต็ม นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ มาสีสะมานัง

โดยเครื่องที่ควรนำมาสักการะคือ ดอกกุหลาบสีชมพู เพราะ ดอกกุหลาบนั้นมีทั้งหนามที่แหลมคมและความงดงาม เปรียบดังพระองค์ท่าน ที่พระองค์มีพระปรีชาสามารถและอำนาจในการปกครองประเทศเปรียบกับความแหลมคมของหนาม แต่กระนั้นยังมีความเมตตากรุณายิ่งอันเป็นความงดงามแก่แผ่นดินไทยควบคู่ด้วยเสมอ และสีชมพูนั้นหมายถึง สีของวันอังคารอันเป็นวันพระราชสมภพของพระองค์ นอกจากดอกกุหลาบสีชมพูแล้ว ที่นิยมนำมาสักการบูชายังได้แก่ บายศรี หมากพลู บุหรี่ ซิกการ์ สุรา บรั่นดี หรือ ไวน์เป็นต้น และนอกจากสิ่งของที่นำมาสักการะแก่พระองค์แล้ว ที่นิยมอีกคือ หญ้าสดใหม่ ที่นำมาถวายแก่ ม้าพระที่นั่งอีกด้วย

วันที่ควรบูชาคือวันที่ ๒๓ ตุลาคม  วันปิยมหาราช  วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือวันอังคารซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ และวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันครูหรือในวันพระ แต่ในวันพระให้ยกเว้นเครื่องสักการะที่เป็นอบายมุข จำพวก บุหรี่ เหล้า
ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *